หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เพราะว่ารัก


เพราะว่ารัก
เพราะว่ารักจึงยังหวังเช่นนี้
 หวังในความไม่มี, ที่สิ้นหวัง
 ฟังลมหนาวบอกสิ! ...ฟังสิฟัง
 ได้ยินบ้างหรือยัง...ใครยังคอย
เพราะว่ารักจึงหวัง อย่างหมดหวัง
 ฟังสิฟัง! เสียงใจใครเศร้าสร้อย
 เมื่อหมดแรงดลฝันวันละน้อย
 จะเรียงร้อยหมื่นฝันนั้นเพื่อใคร?
  .....
 ใต้หลังคา, หยาดวาว เช้าสีนวล
ทุกสิ่งล้วนเข้าสู่ฤดูใหม่
ไร้วี่แววเพลงน้ำบอกความใน
หรือคุณปิดหัวใจไปถาวร
จีงไร้บทกวี - ดนตรีลมหนาว
หนทางที่ทอดยาว - ยาวกว่าเมื่อก่อน
 อยู่ที่นี่, ที่นั่น ต่างสัญจร
อุ่นในที่พักผ่อนเพียงลำพัง
เช้านี้..ลมหนาวเยือนมาเตือนทัก-
ว่าความรักสิ้นไร้ทางใกล้ฝั่ง
ฉัน - นิ่งเงียบไร้อากัป สดับฟัง-
ลมหนาวเล่าความหลัง..กำลังเยาะ!
.....


ขอบคุณรูปภาพจาก  kapook.com






วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สงสารดอกโมก


สงสารดอกโมก
ขาวดอกโมกร่วงลงตรงลานดิน
พริบ!ก็สิ้นฉ่ำฝนวนหน้าหนาว
ฤดูหมอกหยอกหญ้า, ม้านั่งยาว
เหม่อมองดาวดวงเก่า - เราคนเดียว
ก็รู้หรอกดอกรักจักร่วงโรย
ไม่ว่าโดยเวลามาข้องเกี่ยว
หรือเพราะเดินวนหลงตรงแพร่งเลี้ยว
โลกก็เปลี่ยวทั้งใบไปทั้งฟ้า
เพียงความฝันเริ่มผลิดังนิทาน
ใครรอการมาเยือนเหมือนคนบ้า
ใครนั่งอ่านกลอนเก่า, เจ้าน้ำตา
จับปากกาตอนดึกบันทึกใจ
ใบไม้สีน้ำตาลหว่านเกรียวกราว
ใครมองดาวรำพันแล้วฝันใฝ่
ยามลมหนาวพัดหวน, สวนดอกไม้
ใครเก็บใบไม้แห้งใต้แสงดาว
ช่วงชีวิตเดินผ่านการพบ,พราก
ความทรงจำหยั่งราก - อยากถามข่าว
ถึงแอบหวังก็หวังอย่างรวดร้าว
เมื่อหัวใจหญิงสาว - เขาไม่รับ!
มองดอกโมกร่วงลงตรงลานดิน
พริบ!ก็สิ้นกลิ่นหอม พร้อมคืนกลับ-
ทุกหย่อมหญ้าใหญ่,น้อย รอย่อย,ยับ
หรือถูกทับโดยส้น...คนผ่านทาง!
 
 


 ขอบคุณรูปภาพจาก kapook.com


วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สบายดีหรือเธอที่รัก?


สบายดีหรือเธอที่รัก?
สีแสงจันทร์คืนนี้สีหม่นหมอง
สาดสู่ห้องสีเทา – เศร้า, เรียบง่าย
ในความเงียบทอดเงาอยู่เปล่าดาย
ฝนทิ้งท้ายฉ่ำเย็นวันเว้นวัน
ลมหนาวมาเยือนช้ากว่าปีก่อน
ฝนโปรยอ่อนเพราะเหตุดีเปรสชั่น
ฟ้าฟากเธองามเดือนหรือเหมือนกัน
สีน้ำมันปาดป้ายหรือปล่อยวาง
ร้อยมงกุฎดาวดวงร่วงอยู่ไหน
เขียนบทกลอนบทใดถูกใจบ้าง
แก้วกาแฟคราบจับหรือจับล้าง
หนาวน้ำค้างอย่างเดิมหรือเริ่มชิน
เธอสบายดีหรือเธอที่รัก?
ฉันถาม-ทักทายอยู่มิรู้สิ้น
ถึงไร้เสียงตอบมาว่าได้ยิน
แค่แผ่นดินเดียวกันยืนนั้นพอ.





ขอบคุณรูปภาพจาก kapook.com

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อย่าอาวรณ์




อย่าอาวรณ์!

 
"ฉันยังคิดถึงวันเก่าของเราอยู่"
ใช่เพียงครู่ขณะมาทักหา
เพราะแม่น้ำสายเก่า ที่เราผ่านมา
ร่ำทำนองเวลาศรัทธาเรา
เพียงแต่ว่าวันนี้วิถีฉัน
เกินกว่าหันก้าวย่างเดินทางเก่า
อยากให้เธอเก็บยิ้มแห่งหยาดเช้า
ไว้ตราบเท่าแสงทองของอาทิตย์
"ฉันยังรักเธออยู่" รู้แก่ใจ
น้ำค้างตกคราใดใจตกติด-
ผืนแผ่นดิน เราไกลเกินใกล้ชิด
ฟ้ามืดมิดคลุมครอบทั้งขอบฟ้า
จุดเทียนใต้เม็ดฝนคนร่วมฝัน
เขียนกลอน, ร่ำลากัน มันขมปร่า
ชีวิตก็เสมือนกับปากกา
หมึกหมด - ก็สูญค่า
.. อย่าอาวรณ์!-
ฉันเก็บความผูกพันมั่นในอก
นั่น! ฝูงนกกลับรังหวังพักผ่อน
ทะเลดาวนอกชาน, นิทานกลอน
ลมหอบร่อนไปมา.. คว้าไม่ทัน!
โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=19470.0
ขอบคุณรูปภาพจากกระปุกดอทคอม

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

...ที่เก่า.. ที่ไม่เหมือนเก่า...




...ที่เก่า.. ที่ไม่เหมือนเก่า...
ฉันนั่งนับเวลาทุกนาที
มองใบไม้เปลี่ยนสีที่หน้าบ้าน
หลังละดวงตาล้า, คนบ้างาน
ซึมซับความอ่อนหวานลานเฟื่องฟ้า
ไม่มีเสียงดนตรีที่ฉันชอบ
ไร้คำตอบจากห้องที่มองหา
กอเข็มแดงดอกหล่นจนบางตา
ยังไร้การกลับมาเวลาเดิม

เธอ -  ละรูปละนามละความคิด
แหละ! ละความเป็นมิตรมิคิดเพิ่ม
ทั้งที่ใกล้ไม่ทักไม่ตักเติม
สายตาเริ่มเมินหมางอย่างตั้งใจ
เรา  – หวนกลับไปเป็นเช่นวันแรก
เป็นคนแปลกหน้าวางเฉยครั้งใหม่
ราวพายุโหมซัดจึงผลัดใบ
สู่หนทางเปล่าไร้.. ความไม่มี!
ซึ่งไม่อาจปฏิเสธทุกเหตุการณ์
กร่อน,ร้าว.. เกินสมานจึงหันหนี
แอบรอรุ้งสีทองของชีวี
ทอดสะพานไมตรีนี้อีกครั้ง
ทุ่งแสงดาวพราวดอกกระบอกเทียน-
ในสมุดวาดเขียน ดูขรึมขลัง
ฝุ่นจับแฟ้มสกปรก.รกรุงรัง
และเก้าอี้ยังตั้งข้างประตู
...ที่เก่า.. ที่ไม่เหมือนเก่า...
เอ่ยปากทักเบาเบา เฝ้าดูอยู่
หนึ่งใจ.. ใต้แสงดาวพราวพรู
คิดถึง... รู้ไหม? ใครคนนั้น.
 



โพสต์ที่นี่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
ขอบคุณรูปภาพจากกระปุกดอทคอม

คนไกลรัก


คนไกลรัก..
 หยุดฟัง! เสียงดนตรี ที่เคยชอบ
ยินใบไม้แห้งกรอบลมหอบผ่าน
ข้างม้าหินไม้หอมล้อมเบ่งบาน
เก็บของเล่นของหลาน , นิทานเล่มบาง
หยิบดินสอขึ้นเหลาแท่งเก่า-ใหม่
เขียนถึงคนห่างไกลที่หายห่าง
หนาวลมดึกชุ่มฉ่ำหยดน้ำค้าง
เปิดหน้าต่าง, ล้างหน้า, ชงชาร้อน

เอกสารถูกคัดจัดใส่แฟ้ม
หลังทาแยมรสส้ม ลมเริ่มผ่อน
กิ่งไม้แห้งเสียดสีหลอดนีออน
นอกห้องนอนแสงดาวพราวกะพริบ

ดึกนี้, ลมไกวเปลทะเลยิ้ม
ดูสิ, ริมขอบฟ้า – ดาริกาเป็นสิบ
เพลินเพลงลมลอยล่องทำนองทิพย์
ยกถ้วยจิบชาร้อน, ก่อนนับดาว
ฤดูฝนย่างเยือนจนเดือนเจ็ด
สามสิบเอ็ดกรกฎามาส่งข่าว
ว่า – บนโต๊ะเตรียมการหยุดงานยาว
มีแมวหง่าวตัวใหม่ไต่กำแพง
กดน้ำร้อนชงชามาหลายรอบ
ลมกระพืออื้อหอบขอบม่านแกว่ง
ขนมปังหายร้อนนอนแอ้งแม้ง
มดขยันหลายแรงเริ่มแฝงตัว
หลังหยุดพัก,เก็บของ มองตามเสียง
ริมระเบียงโมบายไหวไปทั่ว

ลมพัดโหมวูบผ่านโน้มก้านบัว
หนาวจับขั้วหัวใจ
.. คนไกลรัก!.





โพสต์ครั้งแรกที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=21065.0
-ขอขอบคุณรูปภาพจาก- 
www.kapook.com

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ฉันไม่อยากหายใจโดยไร้เธอ





ฉันไม่อยากหายใจโดยไร้เธอ
ลืมตาตื่นอีกวัน – เช้าวันใหม่ 
ระเบียง, ไฟวูบวับดับสนิท 
ดาวประจำเมืองคว้างบอกทางทิศ 
กระจิริดเคียงม่านแสงจันทรา 
บรรยากาศอึมครึมครึ้มไปทั่ว 
แสงสลัวไฟทางรางเลือนพร่า 
เช้าวันนี้.. ฝนเตรียมโปรยเยี่ยมฟ้า 
ดอกดาวเรืองกลีบล้าหลุบลาพัก 

.... 

อ่านจดหมายจากปลายทางสายเก่า 
วันเหงาเหงา, เมฆ, ฝน, คนรู้จัก 
ถนนเดิม, รอยเท้า – เงาคนรัก 
มิกล้าเอ่ยคำทักสักหนึ่งคำ 
ความคิดถึงผ่านร้อนจนค่อนปี 
ความรู้สึกดีดี – ยังหวานฉ่ำ 
โหยหาเพลงลมหวน ไม่ควรทำ! 
หลังม่านเงาสีดำเก็บงำตัว 
ริมหน้าต่าง, สนทนา ดอกราตรี 
ฉันยังอยู่ที่นี่ที่สลัว 
ไร้สำเนียงนกหยอกกับดอกบัว 
กำแพงอิฐต่างรั้ว พักชั่วคราว 
ฉันยังคิดถึงเธอเสมอมา
อาจร้องไห้พร้อมฟ้าจนหน้าหนาว 
ฟ้าฟากนี้ว้าเหว่ – ไร้ทะเลดาว
ห่างกันเกินหมื่นก้าว ร้าวสะทก!

....

เธอยังคิดถึงบ้างตอนว่างไหม?
ปราดสายตามองไฟในกระจก
อากาศเช้าเร่งปลุกแม่,ลูกนก
ชะตาเล่นตลก - พลัดอกรัก
 เช้าวันนี้.. ฟ้ายังกำลังหมอง
 การจากกันเราสองต้องทุกข์หนัก
อ่านจดหมายไร้ซองในห้องพัก-
เปิดลิ้นชักรื้อเพลินก่อนเดินทาง

ฉันไม่อยากหายใจโดยไร้เธอ
ยังค้นเจอแม้ไกลตั้งใจห่าง
ใต้ฟ้าสีฟ้าเหงาลมเบาบาง
บานหน้าต่างบานไหนซ่อนใจเธอ.






ขอบคุณรูปภาพจาก 
www.kapook.com

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มิถุนา - ตุ๊กตาไล่ฝน





มิถุนา - ตุ๊กตาไล่ฝน
คืน,ความรักแห่งฟ้าหยาดมาดิน
หลายใบไม้เตรียมบินซบถิ่นหล้า
โลกใบเดิมหมุนเคลื่อน – สู่เดือนมิถุนา
ฟังเพลงฟ้าร้องไห้, ใบไม้พลิก
ตุ๊กตาไล่ฝนข้างต้นโมก
ลมกรรโชกโดยแรงแกว่งกระดิก
เชือกสีซีดส่ายเส้นเต้นยุกยิก
นาฬิกาดังคลิก – เราพลิกตัว

ฟังใบไม้หายใจจนได้ยิน
ผืนแผ่นดินนอก-ใน เปียกไปทั่ว
ดั่งเราตายจากกัน ฝันมืดมัว
มองใบไม้ปลิดขั้วไปทั่วทิศ

ยามดึกยังรอมองแสงของจันทร์
แม้เดือนหกวกผัน – วันฟ้าปิด
เรียนรู้จนเข้าใจในชีวิต
จึงแอบคิดถึงบ้างอย่างลับลับ
ระหว่างเราเหมือนเป็นเส้นขนาน
ล่วงเลยผ่าน, ห่างเหิน ไกลเกินกลับ
ปฏิเสธความจริงยิ่งสำทับ
ตะเกียงความหวังดับกับการลา
ทุกค่ำคืนมีเพียงเสียงฝนริน
กับใจรักโบยบินถวิลหา
เชือกต้องลมกระตุกตุ๊กตาฯ
 นั่น! เมฆฝนมืดฟ้ามาอีกแล้ว.

...




ขอบคุณรูปภาพจาก 
kapook.com








วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ในวันที่โลกหมุน...แต่คุณไม่เปลี่ยน


 ในวันที่โลกหมุน...แต่คุณไม่เปลี่ยน

...............



โลกใบเก่ายังหมุน...แต่คุณไม่เปลี่ยน

พบกันตอนจุดเทียน ฟ้าเปลี่ยนสี

หลับตาลงเที่ยงคืนตื่นอีกที

ระฆังตีเพลงเช้า ก้าวต่อไป

บางมุมเหมือนรักใคร่ จึงไขว่คว้า

บางมุมกลับเย็นชา เกินคว้าไขว่

คุณไม่เปลี่ยนและโลกยังโยกไกว

หัวใจคุณอยู่ไหน...ใครบ้างรู้?...!!

........





คำตอบ...จากความบอบช้ำ




 คำตอบ...จากความบอบช้ำ




ทุ่งดอกฝันหวานละมุนแดดอุ่นอ่อน

ผีเสื้อถูกไล่ต้อน – จนปีกหัก

ผีเสื้อเป็นรอยจูบแห่งรูปลักษณ์-

อาณาจักรแมกไม้พลิ้วใบรอ

หากเหลือเฮือกสุดท้าย!!..ลมหายใจ

จะบินไปให้ถึงซึ่งดอก,ช่อ

กลางคลื่นลมพายุ,อุษาทอ

จะแข็งข้อต่อไป...ได้กี่วัน?..!!


.............


ขอบคุณรูปภาพจาก www.kapook.com

...เรายังคิดถึงกัน อยู่บ้างไหม?...








...เรายังคิดถึงกัน อยู่บ้างไหม?...

เขาถามใคร? ใครทำเขา เศร้าหม่นหมอง

เธอเป็นเทพธิดาฟ้าสีทอง

หรือเป็นเพียงทำนอง – ของหยดน้ำตา

...เรายังคิดถึงกัน อยู่บ้างไหม?...

แนบหูฟังความในจากใบหญ้า

เพลงวันวานขานดังระฆังลา

พันธนาความเหงา เขาและเธอ!.



........



 โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=19239.0
ขอบคุณรูปภาพจากkapook.com

...คนรัก...ของความไม่รัก...


 

...คนรัก...ของความไม่รัก...


 ...คนรัก...ของความไม่รัก...

แนบซบตักน้ำตาเวลาตื่น

เหน็บรักช้ำดอก กับกระบอกปืน

ประท้วงคืนเศร้า – ด้วยเขม่าควัน

สถิต ณ ดาวใดใจที่รัก

สลายชีพแตกหักพักปีกฝัน

มิรู้สึกลึกซึ้งสักครึ่งวัน

มือใครคว้ารักนั้น มั่นหมายรอ

...แท้เราคือ คนรัก – ของความไม่รัก...

สวนทางมาทายทัก แล้วหักข้อ

ต่างเลือกชะตากรรมน้ำตาคลอ

และต่างพอใจพลีชีพเพื่อรัก...!!


.......




โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=19327.0

ขอบคุณรูปภาพจากkapook.com

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

วันที่เราพบกัน



วันที่เราพบกัน
เราพบกันวันที่มีความเงียบ
ฝนเย็นเยียบสาดใส่ไม่ยั้งหยุด
โดยสารความทรงจำซึ่งชำรุด
ต่างตอกหมุดปิดตายหัวใจกัน
ฉัน - ละเลยพูดจาประสามิตร
หรือเธอคิดรังเกียจเลยเหยียดหยัน
โลกที่มีด้านเดียวคือเสี้ยวจันทร์
ดวงตะวันครบรอบทิ้งขอบฟ้า

ฉัน - ตื่นจากมุมมืดขยับบิน
โลกสีนิลอับแสง - แสวงหา
หนึ่งราตรีเนิ่นนานกาลเวลา
นาฬิกาคลานลากดุจทากเดิน
กี่ปีโลกผลัดใบผลัดไปสู่
ต่างฤดู ทิศต่าง จึงห่างเหิน
การกลับมาทักทายจึงสายเกิน
สายตาเมินชิงชัง..เธอตั้งใจ

ฝนกำลังตั้งเค้า
โลกกำลังพาเราเข้าวันใหม่
ดูสิ..ดู! ฝนพร่าง ร่มกางใบ
คบจันทร์ไต่ระดับจนลับแล้ว!.




เขียนคำเมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com



วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

การเปลี่ยนแปลง


การเปลี่ยนแปลง



เพียงสองเท้าก้าวมาถึงหน้าบ้าน
นกในใจร้าวรานเริ่มขานเปล่ง
ดวงตะวันชิงพลบ – ก่อนจบเพลง
เรไรร้องครื้นเครงบรรเลงพิณ
เพดานดาวพระศุกร์เปล่งสุกปลั่ง
ลมทะเลเห่ดังกังวานถิ่น
ถนน.นอกคนแน่นทั้งแผ่นดิน
ถนนในสีนิลกลับสิ้นคน

สนิมเริ่มเกาะอยู่ประตูรั้ว
ด้านหลังครัวคล้องโซ่โกลาหล
วันเวลาค้าน,ติง กลับวิ่งวน
ปลีกตัวจากหมองหม่น จนเย็นชา

อีกสองเดือนจะลา-ฟ้าตะวันออก 
ลมระลอกใหม่พัดระบัดหญ้า
ใครจะรดน้ำปีบ, กลีบชบา 
ดอกเฟื่องฟ้า,ปลาทอง คงร้องตาม 
บ้านที่พ่อปลูกไว้คนไร้ร้าง
หูกระจงยืนคว้างข้างสนาม
มือครรลองร้อยโยงของโมงยาม
ใคร ฤ อาจห้ามปรามความเป็นไป! .

 
เขียนคำเมื่อ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com/ และ



สิ่งที่ข้าพเจ้ากลัว

สิ่งที่ข้าพเจ้ากลัว
 
ฝนทิ้งช่วงห่างฟ้ามาพักหนึ่ง
กระดิ่งลมดังดึงจึงเสียงใส
แขวนอยู่ริมระเบียงเคียงโคมไฟ-
เปลือกหอยร้อยมาลัยใกล้แสงดาว
โดนลิ้นแดดแผดเลียเสียสีซีด
ก้านไม้ขีดจุดไฟไล่ลมหนาว-
นอนนิ่งเคียงเทียนหอมพร้อมแก้ววาว
กระจกร้าวถูกซ่อมล้อมลูกกรง

ราวลวดหนามล้อมตัวบีบหัวใจ
กลีบดอกไม้ร่วนซุยเป็นผุยผง
กาลเวลาเคี้ยวกลืนอย่างยืนยง
ย่อตัวลง - ก้มมองกองดอกไม้
เรียนรู้ในคำตอบความบอบช้ำ
ยิ่งเก็บงำความจริงยิ่งหวั่นไหว
เพียงเงาเงียบกล่าวคำของน้ำใจ
เก็บเธอไว้ที่เดิมเพราะเริ่มกลัว
.... 
ครั้งสุดท้ายสนทนาเวลาค่ำ
ที่ประจำเงียบเหงา-เพียงเงาสลัว
พฤษภาฟ้าดำเมฆฉ่ำมัว
ฝนโปรยสายไปทั่ว - เปียกตัวเรา
ท้ายที่สุดจริงจริงสิ่งที่คิด
ไม่มีสิทธิ์หวนคืนยืนที่เก่า
คล้ายดังว่าวิ่งเต้นเล่นกับเงา
เหมือนแมลงเม่าโผใส่ในเปลวเพลิง 

ฝนทิ้งช่วงสร่างฟ้าแล้วมาใหม่
ตกมาเตือนหัวใจมิให้เหลิง
กระดิ่งลมดึงดังฟังบันเทิง
นี่! เราเพิ่ง*รู้ตัวว่ากลัวใจ!?.




เขียนคำเมื่อ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com/

*เพิ่งกับเพลิง สัมผัสซ้ำแต่ตั้งใจใช้เพราะต้องการความหมายของคำ

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ริมกระจกบานร้าว

ริมกระจกบานร้าว
 
คือหยาดฝนทิ้งยวงจากดวงหน้า
ริมหน้าต่างสีฟ้า ผ้าม่านใหม่
ค่ำที่ตนสนทนาเวลาใด
ราวโมงยามย้อนวัยโลกใบเดิม
กระดิ่งเคาะระฆังฟังคล้ายว่า
มีบางสิ่งคุ้นตามาต่อเสริม
ระหว่างคืนสีดำที่ค่ำเติม
เพลงลมเริ่มรัวกลองทำนองเพลง

แนบหน้าอยู่ใกล้ชิด-กระจกร้าว
บทละครเรื่องยาวเล่าขานเปล่ง
คือชีวิตไหม้มอดกอดตัวเอง
ใต้ไฟห้องวังเวงอย่างเกรงกลัว

หลากความไม่เข้าใจในส่วนลึก
ทบรู้สึกสุมวนจนหม่นทั่ว
ระหว่างความเชื่อมั่นคือฝันมัว
มิอาจเผยออกตัวว่าหัวใจ-
อยากตัดพ้อต่อว่าให้สาสม
เก็บอารมณ์ซุกซ่อนความอ่อนไหว
เมื่อล่วงลุโมงยามความเป็นไป
หวังแม่น้ำสายใดจักไหลคืน
ไหลลงพร้อมคิดถึงซึ่งขาดช่วง
ไปแล้วจากอีกห้วงดวงใจอื่น
ขณะความบาดหมางฝังรากกลืน
พิษความเหงาตีตื้นขึ้นทบใจ
โลกใบเก่าลำพังนั่งเหว่ว้า
แอบคาดหวังคนลา จะมาใหม่
ผ่านการรอคำทักจากหนึ่งใคร
รับรู้เพียงเยื่อใยเขาไม่มี

จีบดอกฝันใส่กรอบสีขอบคล้ำ
นกปีกช้ำบินไปไม่ถึงที่
ปวงช่อรักป่นลงเป็นผงคลี
พร้อมมณีเม็ดปริ่มริมขอบตา-
ของคนนั่งหน้าแนบแอบกระจก

ลมกรูกราวฝนตก อกหวั่นว่า
จะแตกเป็นเสี่ยง-เสี่ยงเพียงฝนมา
เอื้อมมือเขียนรอยฝ้าว่า
อย่าร้าว.
 

โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18859.msg148743;topicseen#msg148743
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com