หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

วันที่เราพบกัน



วันที่เราพบกัน
เราพบกันวันที่มีความเงียบ
ฝนเย็นเยียบสาดใส่ไม่ยั้งหยุด
โดยสารความทรงจำซึ่งชำรุด
ต่างตอกหมุดปิดตายหัวใจกัน
ฉัน - ละเลยพูดจาประสามิตร
หรือเธอคิดรังเกียจเลยเหยียดหยัน
โลกที่มีด้านเดียวคือเสี้ยวจันทร์
ดวงตะวันครบรอบทิ้งขอบฟ้า

ฉัน - ตื่นจากมุมมืดขยับบิน
โลกสีนิลอับแสง - แสวงหา
หนึ่งราตรีเนิ่นนานกาลเวลา
นาฬิกาคลานลากดุจทากเดิน
กี่ปีโลกผลัดใบผลัดไปสู่
ต่างฤดู ทิศต่าง จึงห่างเหิน
การกลับมาทักทายจึงสายเกิน
สายตาเมินชิงชัง..เธอตั้งใจ

ฝนกำลังตั้งเค้า
โลกกำลังพาเราเข้าวันใหม่
ดูสิ..ดู! ฝนพร่าง ร่มกางใบ
คบจันทร์ไต่ระดับจนลับแล้ว!.




เขียนคำเมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com



วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

การเปลี่ยนแปลง


การเปลี่ยนแปลง



เพียงสองเท้าก้าวมาถึงหน้าบ้าน
นกในใจร้าวรานเริ่มขานเปล่ง
ดวงตะวันชิงพลบ – ก่อนจบเพลง
เรไรร้องครื้นเครงบรรเลงพิณ
เพดานดาวพระศุกร์เปล่งสุกปลั่ง
ลมทะเลเห่ดังกังวานถิ่น
ถนน.นอกคนแน่นทั้งแผ่นดิน
ถนนในสีนิลกลับสิ้นคน

สนิมเริ่มเกาะอยู่ประตูรั้ว
ด้านหลังครัวคล้องโซ่โกลาหล
วันเวลาค้าน,ติง กลับวิ่งวน
ปลีกตัวจากหมองหม่น จนเย็นชา

อีกสองเดือนจะลา-ฟ้าตะวันออก 
ลมระลอกใหม่พัดระบัดหญ้า
ใครจะรดน้ำปีบ, กลีบชบา 
ดอกเฟื่องฟ้า,ปลาทอง คงร้องตาม 
บ้านที่พ่อปลูกไว้คนไร้ร้าง
หูกระจงยืนคว้างข้างสนาม
มือครรลองร้อยโยงของโมงยาม
ใคร ฤ อาจห้ามปรามความเป็นไป! .

 
เขียนคำเมื่อ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com/ และ



สิ่งที่ข้าพเจ้ากลัว

สิ่งที่ข้าพเจ้ากลัว
 
ฝนทิ้งช่วงห่างฟ้ามาพักหนึ่ง
กระดิ่งลมดังดึงจึงเสียงใส
แขวนอยู่ริมระเบียงเคียงโคมไฟ-
เปลือกหอยร้อยมาลัยใกล้แสงดาว
โดนลิ้นแดดแผดเลียเสียสีซีด
ก้านไม้ขีดจุดไฟไล่ลมหนาว-
นอนนิ่งเคียงเทียนหอมพร้อมแก้ววาว
กระจกร้าวถูกซ่อมล้อมลูกกรง

ราวลวดหนามล้อมตัวบีบหัวใจ
กลีบดอกไม้ร่วนซุยเป็นผุยผง
กาลเวลาเคี้ยวกลืนอย่างยืนยง
ย่อตัวลง - ก้มมองกองดอกไม้
เรียนรู้ในคำตอบความบอบช้ำ
ยิ่งเก็บงำความจริงยิ่งหวั่นไหว
เพียงเงาเงียบกล่าวคำของน้ำใจ
เก็บเธอไว้ที่เดิมเพราะเริ่มกลัว
.... 
ครั้งสุดท้ายสนทนาเวลาค่ำ
ที่ประจำเงียบเหงา-เพียงเงาสลัว
พฤษภาฟ้าดำเมฆฉ่ำมัว
ฝนโปรยสายไปทั่ว - เปียกตัวเรา
ท้ายที่สุดจริงจริงสิ่งที่คิด
ไม่มีสิทธิ์หวนคืนยืนที่เก่า
คล้ายดังว่าวิ่งเต้นเล่นกับเงา
เหมือนแมลงเม่าโผใส่ในเปลวเพลิง 

ฝนทิ้งช่วงสร่างฟ้าแล้วมาใหม่
ตกมาเตือนหัวใจมิให้เหลิง
กระดิ่งลมดึงดังฟังบันเทิง
นี่! เราเพิ่ง*รู้ตัวว่ากลัวใจ!?.




เขียนคำเมื่อ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com/

*เพิ่งกับเพลิง สัมผัสซ้ำแต่ตั้งใจใช้เพราะต้องการความหมายของคำ

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ริมกระจกบานร้าว

ริมกระจกบานร้าว
 
คือหยาดฝนทิ้งยวงจากดวงหน้า
ริมหน้าต่างสีฟ้า ผ้าม่านใหม่
ค่ำที่ตนสนทนาเวลาใด
ราวโมงยามย้อนวัยโลกใบเดิม
กระดิ่งเคาะระฆังฟังคล้ายว่า
มีบางสิ่งคุ้นตามาต่อเสริม
ระหว่างคืนสีดำที่ค่ำเติม
เพลงลมเริ่มรัวกลองทำนองเพลง

แนบหน้าอยู่ใกล้ชิด-กระจกร้าว
บทละครเรื่องยาวเล่าขานเปล่ง
คือชีวิตไหม้มอดกอดตัวเอง
ใต้ไฟห้องวังเวงอย่างเกรงกลัว

หลากความไม่เข้าใจในส่วนลึก
ทบรู้สึกสุมวนจนหม่นทั่ว
ระหว่างความเชื่อมั่นคือฝันมัว
มิอาจเผยออกตัวว่าหัวใจ-
อยากตัดพ้อต่อว่าให้สาสม
เก็บอารมณ์ซุกซ่อนความอ่อนไหว
เมื่อล่วงลุโมงยามความเป็นไป
หวังแม่น้ำสายใดจักไหลคืน
ไหลลงพร้อมคิดถึงซึ่งขาดช่วง
ไปแล้วจากอีกห้วงดวงใจอื่น
ขณะความบาดหมางฝังรากกลืน
พิษความเหงาตีตื้นขึ้นทบใจ
โลกใบเก่าลำพังนั่งเหว่ว้า
แอบคาดหวังคนลา จะมาใหม่
ผ่านการรอคำทักจากหนึ่งใคร
รับรู้เพียงเยื่อใยเขาไม่มี

จีบดอกฝันใส่กรอบสีขอบคล้ำ
นกปีกช้ำบินไปไม่ถึงที่
ปวงช่อรักป่นลงเป็นผงคลี
พร้อมมณีเม็ดปริ่มริมขอบตา-
ของคนนั่งหน้าแนบแอบกระจก

ลมกรูกราวฝนตก อกหวั่นว่า
จะแตกเป็นเสี่ยง-เสี่ยงเพียงฝนมา
เอื้อมมือเขียนรอยฝ้าว่า
อย่าร้าว.
 

โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18859.msg148743;topicseen#msg148743
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

ลาดาว

ลาดาว
เพียงหยดน้ำลิ้งลากจากเถาวัลย์
ดาวดวงหนึ่งแสงนั้นเลื่อมสั่นไหว
ชั่วผีเสื้อกระหยับปีกขวับไกว
หยดน้ำใสคว้างดิ่งหลุนกลิ้งลง
แสงจากดาวไล้ลอดทอดแสงนิ่ง
สงบจริง ฤ พรางเป็นลางบ่ง
พริบขณะ! เมฆบังหลังเคียววง
ดาวพุ่งตรงทิ้งร่วงดุจดวงน้ำ

เกิดลำแสงขาววาบทาบตัดฟ้า
งามต้องตาต้องใจในคืนค่ำ
อีกหมื่นเปล่งแสงกรายกรีดร่ายรำ
แอบเก็บงำน้ำตา..บอกลาดาว

อุทยานลานหญ้าอนุสรณ์
ล้มตัวนอน หญ้าชื้น, พื้นหญ้าหนาว
คงมิมีฝันใดไม่รวดร้าว 
พริ้มตาพักเพื่อก้าว..อีกยาวไกล.
 

เขียนเมื่อ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๕ โพสต์ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด : ภู กวินท์

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด : ภู กวินท์

 
เงาใบไม้ไหวทอดกอดแสงจันทร์
คนช่างฝันมองฟ้านัยน์ตาใส
ตากน้ำค้างนั่งเคียงตะเกียงไฟ
เรียงคำในกระดาษมือวาดดาว
ไม่มีเค้ก,ของขวัญ สรรมาให้
ข้อความในบรรทัดคัดคำกล่าว
บนเก้าอี้ที่นั่งทุกครั้งคราว
ม่านไหวพราวหนาวลมพัดห่มดิน

เมื่อครู่ดอกปีบหล่นบนลานหญ้า
จึงเก็บมาประดับหอมจับกลิ่น
วางอยู่ข้างเทียนแท่งแสงระริน
ส่องชื่อ “ภู กวินท์” - ดินสอดำ
ลากบรรทัดอวยพรก่อนดาวร่วง
ให้โชติช่วงความสุขทุกคืนค่ำ
เด่นสง่าด้วยแสงแห่งพระธรรม
เธอดุจแสงดาวนำประจำใจ
รักษาความดีงามและความรัก
เฝ้าฟูมฟักความฝันอันยิ่งใหญ่
จินตนาการรดหลั่งจะฝังใบ
เติบต้นเป็นดอกไม้ในโลกแล้ง
ผ่านดวงตากวีที่เธอเห็น
ถ่ายทอดเป็นถ้อยคำนำแต้มแต่ง
หมื่นดาวหรืองามเลอ-เท่าเธอแสดง
ฉันเห็นแสงไฟพราวดาวในตา-
...คู่นั้น

แสงตะวัน.. ยองใยใกล้เทียบท่า
บนเก้าอี้เอนหลังนั่งมองฟ้า
ยี่สิบสาม-มกรา..ฟ้าสวยนัก.
 
โพสต์ที่  http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18825.msg148499#msg148499
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ดั่งเรือใบไม้

 
ดั่งเรือใบไม้
 
จูบ..ใบไม้-ปล่อยไปตามสายน้ำ
เรือใบไม้ล่องลำน้ำตกใส
เสียงกระซิบน้ำเซาะเลาะฝั่งไกล
ยืนมองใต้ไทรโศกโบกม่านย้อย
พลิ้วผีเสื้อป่าแผ่อวดแพรสวย
ลมรินรวยห่อฉุดทรุดต่ำต้อย
บอบบางเหลือชีวิตอันนิดน้อย
หอมมะลิป่าลอยลมคอยใคร
เย็นสายธารซ่านซ่าใต้ฟ้าโลก
ชะง่อนหินชะโงกเงาโยกไหว
เบิกบานและอ้างว้างอยู่ข้างใน
ก้มมองใจในจินต์จนสิ้นวัน

ลมอ่อน-อ่อนอ้อนรับดาวจับฟ้า
เรือใบไม้ไกลตา – ใจล้าสั่น
โชคชะตาพัดไปถึงไหนกัน
มือใครจักหมายมั่นเก็บมันไว้.


โพสต์ที่  http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18804.msg148239;topicseen#msg148239
ขอบคุณรูปภาพจาก
 http://www.kapook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

จินตกวีคือมณีแก้ว



จินตกวีคือมณีแก้ว



ทิพยสถานวิมานแก้ว
ก่อเกิดแล้ววิสุทธิ์ยุคสมัย
บรรจงสถิตเสถียรเจียระไน
ณ ไศลเนินรุ้งจรุงริน

หมู่ภมรแมลงร้ายอย่ากรายกล้ำ
เม็ดมณีสุกฉ่ำวิเศษศิลป์
หยาดจินตกวีมณีดิน
คือหยาดวิญญาณ์สวรรค์อันเรืองรอง

กระแสโลกาภิวัตน์พิพัฒน์ผลง
พระไตรรัตน์พลิ้วธงธำรงส่อง
ล้างมลทินดาลฤกษ์เบิกทางทอง
สฤษฏ์ผองปณิธานอนันตกาลเทอญ.



๑๙ มกราคม ๒๕๕๕
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com/ และ
 http://board.postjung.com/data/530/530557-img-6.jpg

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ชีวิตหลังเที่ยงคืน

ชีวิตหลังเที่ยงคืน


 
หลังเที่ยงคืนตื่นมาเวลาเดิม
ชีวิตเริ่มก้าวถอยสู่รอยหม่น
เคาะแป้นพิมพ์เป็นเพื่อน, ลมเยือนวน
หนาวยะเยือกผิวคนจนสั่นเทา
ฝนตระเตรียมเม็ดน้ำระร่ำไหล
กลั่นรินจากฟ้าไกลและใจเหงา
บนเก้าอี้ข้างเตียงมีเพียงเรา
นั่งกอดเข่าเท้าคางระหว่างรอ
กล่าวทักทายคืนจันทร์วันฟ้าเจ็บ
ของเก่าเก็บวางอยู่ในตู้ต่อ
ไม่กล้าหยิบขึ้นมา, น้ำตาคลอ
ยังไม่พอเวลารักษาใจ

คืน-ชีวิตความคุ้นละมุนผ่าน
เพลงเศร้าหวานแผ่วมา - ฟ้าร้องไห้

เมฆกลั่นตัวร่วงซบศพดอกไม้
ดาวลอยลิบหลบใต้ใบลั่นทม 

ลมระลอกออกตัวแต่หัวค่ำ
ฟังเสียงน้ำดีดพิณผินตาข่ม
ถนนดินรอยเท้าทบเงาจม
ซุกตัวห่มผ้าหนา..มองฟ้าดำ!.


 

โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18783.msg147941;topicseen#msg147941
ขอบคุณรูปภาพจาก
 http://www.kapook.com

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

แค่(เคย)มีก็ดีใจ


แค่(เคย)มีก็ดีใจ
 
คลองสายบัวข้างเรือน – ใสเหมือนกระจก
หนังสติ๊กยิงตก, นกบินผ่าน-
เวิ้งน้ำ.. สะท้อนฟ้า, ชบาบาน
ใครเผาถ่านกลิ่นโชยมาโดยลม
เหงื่อเม็ดเป้งผุดงอบงานจอบ,เสียม
แดดเผาเกรียมผิวกร้านลานดินก้ม
นาข้าวเหลืองโน้มรวง, พุ่มพวงพรม-
เพลงลูกทุ่งผสมเพลงลมพัด

มะขามเทศฝักดกสอยตกเกลื่อน
เก็บกับเพื่อนห่อเสื้อ หอบเสื่อปัด
เล็งหนองน้ำท้ายทุ่งผักบุ้งวัด
ยอดอ่อนจัดมื้อเย็นเห็นจะดี

กระดานดินดาววาด-กระดาษไม่ต้อง
สีไม้พร่องใบไม้ใช้แทนสี
ดินเหนียวปั้นวัว,ค-วาย,หม้อ,ไห มี
บ้างควบขี่ก้านกล้วย, แพงพวย*ปลิว
เด็กหญิงตะวันออก - ชอบร้อยดอกหญ้า
เพื่อนเด็กชายข้าวกล้าทำหน้านิ่ว
ปั้นกระสุนผจญภัยในทุ่งทิว
ท้องเริ่มหิววงแตกต้องแยกย้าย
ยังไม่ทันผักบุ้งกระบุงเก็บ
เลาะตะเข็บคันดินสิ้นแดดบ่าย
หอมตามทางย่างปลามาโชยชาย
ยั่วน้ำลายเร่งเร้าให้เข้าเรือน

ถึงเขตรั้วยิ้มหยอกดอกคัดเค้า
เจ็ดโมงเช้าแจ้ง,จัดนัดผองเพื่อน
เตรียมคันเบ็ดไม้ไผ่,ขุดไส้เดือน
โลกเสมือนสวรรค์วันอาทิตย์
แม่ไม่ยิ้มก้านมะยมระดมเด็ด
พร้อมเสียงเอ็ดบัญชาอาญาสิทธิ์
นั่งล้อมวงบนแคร่แสบแผลนิด
กระเถิบชิดอ้อนยายนัยน์ตาวาว

แกงสายบัวหม้อใหญ่ใส่ปลาหมอ
กลืนไม่ค่อยคล่องคอ-แต่ขอเพิ่มข้าว
นาทีนั้นอยากหนีไปขี่ดาว
นาทีนี้ยิ้มพราว..เราโชคดี-
ช่วงที่ดีที่สุด, สุดหอมหวาน
ภูมิลำเนาเล่าขานผ่านวิถี
วิถีที่จากมาสิบกว่าปี
ครั้งหนึ่งแค่เคยมี..ก็ดีใจ.




แพงพวย* คือ แพงพวยฝรั่ง
แถวบ้านเรียกสั้นๆว่า แพงพวย ค่ะ



โพสต์ที่  http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18676.msg147558#msg147558
ขอบคุณรูปภาพจากhttp://www.kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

คิดถึงอยู่ทุกยาม : สนสามใบ


คิดถึงอยู่ทุกยาม : สนสามใบ

ฤดูน้ำค้างตกโลกตอนค่ำ
ละอองฉ่ำอาบพรม ลมยอดผา-
พัดลู่สนสามใบพร่างพรายตา
นาฬิกาพระจันทร์หมุนวันเจิม
เส้นทางกระดุมเงินแซมเนินหญ้า
เหนือแนวป่าประกายดาวฉายเพิ่ม-
ทอดทอหินวอมแวมหมอกแต้มเติม
ยอดภูเริ่มห่มหมอกเคียงดอกดาว
...

นั่งเล่นบนลานดินผินมองฟ้า
ลมเหนือล่องเวลามาถามข่าว
อัตคัดคำเฟื่องเผยเรื่องราว
อ้างว้าง อย่างยืนยาว ดาวรับรู้


กับภาระหนักหน่วงช่วงชีวิต
"สนสามใบ" ปลิวปลิด ทิศไกลกู่
ทิ้งรอยเท้าเงาย่างห่างเชิงภู
ความหดหู่ผูกเงื่อนเตือนใจนึก
ใช่แต่โลกหมุนวันทบวันใหม่
ยังเคลื่อนฉีกหัวใจให้กร่อน,สึก
ผละจากฝันไม่เที่ยงเพียงรำลึก
ค่ำคืนดึกเคว้งคว้างกลางเมืองกรุง
....


หลับสักตื่นดีไหม? – ดวงใจกวิน
พักเพื่อบินต่อไปในลมพรุ่ง
คุ้นรู้สึกพิเศษทั่วเขตคุ้ง
แดดย้อมปรุงเพื่อเธอเสมอนะ.





เมื่อ 14 มกราคม 2012, 01:08:am
โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18629.msg146973;topicseen#msg146973
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

คิดถึงแม่

คิดถึงแม่
....................


กี่คืนแล้วลั่นทม-ระทมชีวิต
ห่างญาติ-มิตรห่างเรือนเคลื่อนไกลถิ่น
กี่เพลงเช้าเร้าปลุกเร่งลุกบิน
เร้าให้ชินให้เจ็บให้เหน็บชา
เฝ้ามองจันทร์จากตรอกลึกซอกตึก
นั่งสะอึกสะอื้นกอดผืนผ้า-
ซิ่นผืนเก่าคราบเกลือเหงื่อมารดา
นกน้ำตาบินตกหนาว.อก.นัก

กี่คืนแล้วลั่นทม-ระทมทุกข์
ฝัน-เร้าปลุกลุกพรากจากหมอนตัก
จันทร์ฟากนี้ตึกบัง – ยังไกลรัก
มือลูบหัวประจักษ์..อยากกระชับ
หอมแกงเลียงเคียงข้าวแต่เช้าตรู่
เสียงฟู่ฟู่-ครัวไฟยังไม่ดับ
แม่เจียวไข่ประจำติดสำรับ
มะม่วงสับน้ำปลาพริกน่ากิน
หวานรอยยิ้มดวงดาวพราวนัยน์ตา
“คิดถึงแม่”
ทุกครา – อุราถวิล
น้ำตาลูกร่วงหล่นบนตักดิน
ชุดอาหารเลิศลิ้น-กลับกินไม่ลง

คุ้มหรือเปล่า? อยู่อย่างคนร้างทิศ
ผละชีวิตอกอุ่นเกื้อหนุนส่ง
หญ้าดิน ตะกายดาว ร้าวในกรง-
มุ่งหมายวงสังคมอุดมการณ์
ทิ้งกระถินเกะกะ – มะระขี้นก
กะทกรกริมทาง ช่างนกหว่าน
มะกอก, ดอกมะดัน คันดินดาน
ยังรักลานยืนต้นตายบนดิน


กี่ปีแล้วลั่นทม – ลมทุ่งพัด
หญ้าระบัดโบกกวักรักคืนถิ่น
“คิดถึงแม่” ขึ้นมาน้ำตาริน
หมดแรงบินกลับบ้าน..งานบีบรัด!.



โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18629.msg146973;topicseen#msg146973
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

ก่อนจะชิดรุ่งเช้า (๒)

ก่อนจะชิดรุ่งเช้า (๒)
..ยังไม่ทันไร...  
นาฬิกาก็ใกล้จะตีสาม
อีกประเดี๋ยวคงดังระฆังยาม
และก็จะลุกลามเป็นข้ามคืน
ยังไม่ทันหลับตาใต้ผ้าห่ม
แดดจะพรมผึงแผ่เต็มแพรผืน
ทุกซอกตึกบ้านปลูกจะถูกกลืน
ค่อยค่อยฟื้นชีวิตทุกทิศทาง

กลีบมาลีทุกกลีบจะรีบเต่ง
และจะเบ่งบานออกจนดอกพร่าง
เขียวจะสดพึ่บโลกโบกรางชาง
รอหน้าต่างลงกลอนเปิดต้อนรับ

หลายขณะคราดึกรู้สึกว่า
ชีวิตผ่านเวลา – มามุมอับ
ถูกตะวันไล่ต้อนจนอ่อนพับ
ดึก-ลมดับอุ่นไอหนาวใจนัก

 มีแต่เพียงมือเปล่าโอบเงากอด
ไร้ปลายยอดคนดีที่รู้จัก
จะสู้ทนอย่างไร? เมื่อไร้รัก
ชะตากรรมนำชักต้องหักใจ
...

ดูสิ! คนเคลิ้มหลับ กับเก้าอี้
ทุกท่วงที ทีท่า เหมือนบ้าใบ้
หากได้หลับเต็มตื่นสักคืนใด
จะสั่งให้ใจหลับชั่วกัปกัลป์
 ขณะเธอท่องไปในโลกกว้าง
ฉันท่องท่ามอ้างว้างและหวาดหวั่น
ยิ่งเดินเหมือนยิ่งไกลคว้าไม่ทัน 
จะต่อยอดเติมฝันกันอย่างไร
...
ดูสิ! คนเดิมที่ มีชีวิต
ปลอบดวงจิตด้วยน้ำตาฉ่ำไหว
ทุกทุกช่วงขณะจะหายใจ
เหมือนคนใกล้จะตายไปทุกที.


เขียน : ๑๑ มกราคม ๒๕๕๕
โพสต์ : ที่นี่
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

จดหมายจากปลายทาง

จดหมายจากปลายทาง


ฤดูหนาว,มกรา - เวลาค่ำ
ที่ประจำ, นาฬิกา รอฟ้าใหม่
จนล่วงสู่โมงยามความในใจ
บอกเล่าความเป็นไปในชีวิต
อิ่มฝันสีส้มแสดแสงแดดอุ่น
นึกขอบคุณหัวใจไร้จริต
เริ่มทักกันวันที่มีแผลพิษ
ว่างแล้วคิดถึงบ้างอย่างพอดี
...
ฤดูหนาวกำลังจะจากไป
ฟ้าเติมฝนหมาดใหม่หลายท้องที่
หรือเพียงลมสั่งฝนสร้างดนตรี-
ต่างบุรุษไปรษณีย์ที่เฝ้ารอ
ข่าวคราวอีกซีกโลกโศกหรือสุข
อยากรู้ทุกเรื่องราว ก้าวเดินต่อ
สิ่งดี-ดีก่อนจากนั้นมากพอ-
ให้ดินสอจ่อจดสะกดคำ

สูดไอดินกลิ่นหญ้านอกหน้าต่าง
พรุ่งนี้อาจหมอกบางน้ำค้างฉ่ำ
พับจดหมายใส่ซอง – มองฟ้าดำ
ที่อยู่ยังแม่นยำจำขึ้นใจ
จ่าหน้าซองบรรจงลงผู้รับ
แสตมป์ทับติดลงตรงช่องใส่
ความคิดถึงจากแดนอันแสนไกล
นอนนิ่งในตู้แดงท่ามแสงจันทร์.


โพสต์ที่ http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18494.msg146246#msg146246
ขอบคุณรูปภาพจากhttp://www.kapook.com/

ความรู้สึกของคนรักช้าง


ความรู้สึกของคนรักช้าง
....

ข้าพเจ้า – สั่นวาบ ภาพเบื้องหน้า
ข่าวช้างป่าถูกฆ่าทารุณหนัก
โดยน้ำมืออสูรกาย ใจยักษ์
น้ำตาไหลพลั่ก-พลั่กไม่อยากดู
อำมหิตโหดร้ายใดเช่นนี้
ยุคมิคสัญญี ปรี่โหมจู่
อุบัติการณ์เข่นฆ่าทุกอณู
ฤ จิตคนดิ่งสู่ เหวอบาย
เห็นชีวิต ดังว่าไม่ใช่ชีวิต
วิปริตสภาวะหื่นกระหาย
สังเวยรสนิยม,คมเวทย์,พราย
ท่าวทบ ศพความตาย หายนะ
....
นักข่าว สรุปข่าว – ยิ่งเศร้าหนัก
โต๊ะข้าง-ข้างแช่งชักกักขฬะ
ยังมิใช่ศพสุดท้ายในเมืองพระ
ทางธรรมะถูกปิดชิดนรก!.

....


 น้ำตาไหล พรากๆ
๔ มกราคม ๒๕๕๕

ขอบคุณรูปภาพจากhttp://www.kapook.com/ และ

คำปลอบใจในเดือนมกรา

คำปลอบใจเดือนมกรา


ขอฝนคือหยาดน้ำอำมฤคโชค
ดับเพลิงโศกเหี้ยมโหดทุกโขดเขิน
สร้างสมดุลธรรมชาติไม่ขาดเกิน
พร้อมอัญเชิญเทวาคุ้มอารักษ์

ส่งสัญญาณสาส์นสู่ฤดูใหม่
ว่า-เมฆใส ฝนซับ ดับกาฬปักษ์
ผลผลิต สวน,ไร่ ใคร่ฟูมฟัก
ด้วยน้ำพักน้ำแรงแห่งคนจริง-
จักแตกพุ่มกลุ่มช่อต่อชนม์ชีพ
ต้านแรงบีบคลื่นลมโหมก้าน,กิ่ง
อย่าฉายแววหมดหวังนั่งประวิง
คนใต้ ย่อมไม่ทิ้ง อุดมการณ์

จนกว่าฝนโปรยสาดหยาดสุดท้าย
เชื่อว่าเลือดในกายไหลแผ่ซ่าน
เป็นเลือดข้นคนเข้มเต็มเนื้องาน
ย่อมห้าวหาญฮึดใหม่..ได้ทุกครั้ง.

ขอบคุณรูปภาพจากhttp://www.kapook.com/ และ
yim photo