หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น่ารัก

น่ารัก

๑.   >>
เกิดมาพร้อมหัวใจใสพิสุทธิ์
สวมมงกุฎมาลีดอกสีขาว
รอยยิ้ม..ริมแก้มน้อยนั้นพร้อยดาว
เธอ – ลูกสาวใครกัน ฉันหลงรัก
หลงรักแก้มเอิบอิ่มตาปริ่มฝัน
เคยพบกันหรือไม่ – ไม่รู้จัก
อาจไมตรี น้า-อา? หยาดมาทัก
มาปกปักถักกรองทำนองกลอน
มาเป็นความผูกพันฉันญาติมิตร
แนบสนิทอุ่นไอคล้ายแดดอ่อน
ผ่านเรื่องเล่าวิถีที่สัญจร
ต่างสะท้อนวิถีที่เราคิด
และค่อย-ค่อยเติบโตเป็นโซ่ขวัญ
ลึกซึ้งในผูกพันอันศักดิ์สิทธิ์
ถึงอยู่ห่างเพียงไหนก็ใกล้ชิด
ตราบดวงจิตปรองดองเป็นของเรา


๒.   >>
จึงใช่เพียงรูปถ่ายให้ถามทัก
แต่หลงรักตา.กลมทั้งผมเผ้า
ข้ามทุ่งถิ่นดินงามฟ้าคราม-เทา
มาหยอกเย้ายิ้มแย้มมุมแก้มนี้
เพลงกล่อมเด็ก.ล่อง.ลม.กลิ่นนมหอม
แดด, ผ้าอ้อมเอื้อตากเสื้อหลากสี
อายุคงเท่า-เท่าเจ้าตัวดี
หรืออาจเป็นผู้พี่ – หลานที่รัก

หัวเล็กเล็กงดงามยามซุกซน
กลิ่นดินฟางหญ้าขนหอบบนตัก
ทั้งเรื่องเล่าแต่งปรุงฟุ้งเฟื่องนัก
เส้นหญ้าถักตั๊กแตน, แสนนิทาน

เธอ – ในชุดเสื้อกล้ามงามจิ้มลิ้ม
มาเอื้ออิ่มยิ้มงามให้ด้ามขวาน
มือนุ่มนิ่มนั้นหอมหลอมวิญญาณ
ให้มือกร้านงานกรำได้ฉ่ำใจ

และมือนุ่มมือนี้ที่น่ารัก
จะรู้จักค่างานและการให้
รู้ค่าบุญคุณงามความเป็นไทย
เลือกหนทางที่ใช่!..ในแบบตน.
เขียนเมื่อ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๔
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.kapook.com/ 

๓.
และจะสรรสร้างธรรมสันติสุข
แบ่งปันทุกข์ สุขร่วมหลอมรวมผล
รู้คุณค่าหน้าที่ความเป็นคน
ผลิยอดดวงกมลอันเบิกบาน
เธอเด็กน้อยร้อยฝันของใครนี้
นำฤดีหลายดวงมาร่วมสาน
หลอมเป็นหนึ่งใจเดียวเกี่ยวดวงมาน
ให้มีรักสมัครสมาน ทั้งฉันเธอ

พี่สุวรรณ
โพสต์ต่อเมื่อ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๔


http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18201.0
 

ตะวันพลบหลบเรือง เจ้าเฟื่องฟ้า
นาฬิกาแดดอ่อน ก่อนเสนอ
ปีกผีเสื้อพลิ้วไหว ไปให้เจอ
สะอาดใสอยู่เสมอ…นะเด็กน้อย
ซุกความฝันในมือคือผ้าขาว
หิ่งห้อยพราวแสงลิบ กระพริบบ่อย
กล่าวทักทาย น้า-หลาน ผ่านรอคอย
กับแสงดาวนับร้อย-ร้อยเรื่องราว
รับรู้ในแววตา เอามาเก็บ
คืนนี้อาจบาดเจ็บและเหน็บหนาว
บนเส้นทางร้างหลบ ไม่พบดาว
อยู่กับความปวดร้าว ราวความฝัน

…..

เห็นรอยแย้ม เปื้อนยิ้มอย่างอิ่มเอิบ
ฉุดหัวใจกำเริบ จากตรงนั้น
พ่อและแม่แยกทางห่างชีวัน
อยู่กับความผูกพัน ได้ฉันใด?

.....

เห็นได้ในแววตา เวลาดึก
คือความหวังรู้สึก นึกสดใส
จับมือกุมสุ้มเสียงสำเนียงใคร
เรียนรู้ในคำตอบของครอบครัว
กับหัวใจสะอาดอย่าหวาดหวั่น
มองเห็นดวงตะวัน จากริมรั้ว
วันฝนสาดน้ำนอง ไม่ต้องกลัว
เพียงแค่ฝันยิ้มยั่ว ชั่วข้ามคืน

…..

น้ายังคงเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง
ร่วมฝันและร่วมสร้างอย่างสดชื่น
ผ่านคืนวันบอบช้ำอย่างกล้ำกลืน
เพื่อหลับฝันแล้วตื่น จากคืนนั้น!

…..


หลานนีน่า
ร่วมแจมโดย : คุณทา มะดำ
เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๔
http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=18201.0

เพียงลมพัดเรารู้ฤดูใหม่
หนทางยังยาวไกล – อย่าได้หวั่น
คืนน้ำค้างพร่างตกนกรำพัน
ยังมีฉันคนนี้ที่เข้าใจ
...
ผ่านคืนฝนพันแดดแผดชีวิต
อุ่นอกชิดอ้อมพ่อขอจากไหน
มือน้า,อา ปลอบ.อก.นกรังไร้-
หวานละไม หรือเท่าหวาน มือมารดา

หนาวสายลม - ใบตองท้ายร่องสวน
กล่าวเชิญชวนเล่าฝันของวันหน้า
แนบแก้มกับดาวเรือง,ดอกเฟื่องฟ้า
ดอกไม้หลั่งน้ำตามารดดิน
ผ่านร้อน-หนาวร้าวรานเนิ่นนานนัก
ได้รู้จัก รู้รส หมดทั้งสิ้น
หลังเสาเคลื่อนเรือนแตกแยกชีวิน
คุ้นเคยกลิ่นน้ำตามาแต่นั้น
...
ยืน-นิ่งมองในมือ คือเฟื่องฟ้า
ผ่านดินแล้งฝนซา ฟ้าเปลี่ยนผัน
ยังหยัดยืนคืนค่าท้าคืนวัน

 ฤดูอันเหน็บหนาวแม้ยาวไกล
ยังมีนกขับเปล่งร้องเพลงฝัน
แดดตะวันอุ่นอ่อน,ก้อนเมฆใส
เติมรอยยิ้มริมตา ฝ่ามันไป
ชีวิตในกำมือ คือ อนาคต!
ที่เธอต้องเพียรสร้างอย่างแยบยล
ชนะตน เรียนรู้ สู้,กำหนด
ใช้สองมือปลอบขวัญวันระทด
เพราะทั้งหมดชีวิตเป็นสิทธิ์เธอ

...

เธอ-เด็กน้อยยิ้มใสไร้เดียงสา
ตุ๊กตา, นิทาน ย่อมหวานเสมอ
ความจริงอาจเจ็บอก ดั่งนกละเมอ
ใช่จะเจอแต่โลกด้านโศกตรม
มองโลกให้เข้าใจในโลกกว้าง
ประทับวางเท้าก้าวให้เหมาะสม
จะงดงามตามกรอบคนชอบ,ชม
ชีวิตขมก็ช่างเถิ
ดนางฟ้า.
 
ในนามปากกา -คนกันเอง-
 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2011, 11:57:pm »


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น